ความเป็นมาของนิทรรศการ “ถ้อยคำถิ่น สื่อสร้างสรรค์: เรื่องเล่าผ่านเครื่องใช้ในท้องถิ่น”
ความเป็นมาของนิทรรศการ
นิทรรศการ “ถ้อยคำถิ่น สื่อสร้างสรรค์: เรื่องเล่าผ่านเครื่องใช้ในท้องถิ่น” ถือกำเนิดขึ้นจากความสำคัญทางการศึกษา นั่นคือ การส่งเสริมและอนุรักษ์ “ภูมิปัญญาทางภาษา” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ในยุคปัจจุบัน
จากการศึกษาค้นคว้า พบว่า การส่งเสริมภูมิปัญญาทางภาษาเป็นภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและสร้างความเข้าใจในรากเหง้าของผู้เรียน อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนการสอนภูมิปัญญาทางภาษายังคงเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย แนวทางการจัดการเรียนรู้ภูมิปัญญาทางภาษาที่เหมาะสมกับครูยุคใหม่ โดยบูรณาการแนวคิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน การเรียนรู้แบบสืบสอบและการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างการเรียนรู้เชิงลึก เชื่อมโยงองค์ความรู้กับประสบการณ์ตรงและพัฒนาความเข้าใจในภูมิปัญญาทางภาษาอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การนำแนวคิดเหล่านี้ไปปฏิบัติยังติดขัดด้วยข้อจำกัดเรื่องสื่อและแหล่งเรียนรู้ ครูจำนวนมากยังขาดทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับออกแบบกิจกรรมที่น่าสนใจและเข้าถึงแหล่งข้อมูลภูมิปัญญาทางภาษาอย่างทั่วถึง ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อครู แต่ยังจำกัดโอกาสของผู้เรียนในการเข้าถึงและตีความภูมิปัญญาด้วยตนเองอย่างหลากหลายและลุ่มลึก (สง่า วงค์ไชย, 2565, น. 401)
เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าว จึงจำเป็นต้องพัฒนาสื่อและแหล่งการเรียนรู้ภูมิปัญญาทางภาษาให้หลากหลาย ทันสมัย และเชื่อมโยงกับรูปแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนยุคดิจิทัล โดยออกแบบให้มีลักษณะน่าสนใจ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และผสมผสานเทคโนโลยีกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การผลิตสื่อมัลติมีเดียจากเรื่องเล่าท้องถิ่น หรือการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อรวบรวมภูมิปัญญาในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย
นอกจากนี้ การประเมินหลักสูตรอย่างเป็นระบบก็เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน อัญชลี วิมลศิลป์ และ พิมพ์ชนก โพธิปัสสา (2566, น. 87) ได้นำเสนอกรอบการประเมินหลักสูตรแบบ CIPPI ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ บริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และผลกระทบ โดยเฉพาะปัจจัยนำเข้าและกระบวนการ สามารถประยุกต์ใช้เพื่อวิเคราะห์ปัญหาการขาดแคลนสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในมิติของปัจจัยนำเข้า การประเมินจะช่วยให้เข้าใจว่าสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่มีความเพียงพอ หลากหลาย และเหมาะสมกับผู้เรียนหรือไม่ ชี้จุดอ่อนของระบบ และเสนอแนวทางในการพัฒนาหรือจัดหาเพิ่มเติม ขณะที่ในมิติของกระบวนการการประเมินจะวิเคราะห์วิธีการใช้สื่อของครูในชั้นเรียน ว่ามีการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์หรือไม่และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับแหล่งเรียนรู้อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายหรือการอบรมครูเพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน
กล่าวโดยสรุป การพัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาทางภาษาไม่ใช่เพียงการจัดหาเนื้อหาหรืออุปกรณ์ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องพิจารณาร่วมกับการออกแบบหลักสูตร การฝึกอบรมครู และการประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงภูมิปัญญาทางภาษาอย่างหลากหลาย มีแรงจูงใจในการเรียนรู้ และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างแท้จริง

ความสอดคล้องของประเด็นปัญหากับแนวทางการผลิตและพัฒนาฯ
จากบทความที่กล่าวถึง “ปัญหาขาดสื่อและแหล่งการเรียนรู้ภูมิปัญญาทางภาษาที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เกิดความหลากหลาย” (สง่า วงค์ไชย, 2565, น. 401) ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างสำคัญในกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเข้าถึงสื่อที่น่าสนใจ หลากหลาย และร่วมสมัยมากขึ้น
ประเด็นนี้มีความสอดคล้องโดยตรงกับแนวทางการพัฒนาสื่อส่งเสริมการศึกษาของ หน่วยเทคโนโลยีส่งเสริมการศึกษา ที่เน้นการจัดแสดงนิทรรศการทั้งในรูปแบบ On-site และ Online โดยใช้สื่อที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ด้วยแนวคิด Upcycle (PCC Group, ม.ป.ป.) ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการสร้างสื่อที่ “มีเรื่องราว” และ “มีคุณค่า” ทางวัฒนธรรม, สิ่งแวดล้อม และการศึกษา ในตัวเอง
เหตุผลประเด็นสอดคล้อง
- ความหลากหลายของสื่อ ด้วยแนวคิด Upcycle เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านการขาดแคลนสื่อการเรียนรู้ภูมิปัญญาทางภาษาที่ดึงดูดใจและหลากหลาย นิทรรศการนี้จึงนำเสนอแนวทางการสร้างสรรค์สื่อโดยใช้วัสดุเหลือใช้ผ่านแนวคิด Upcycle (PCC Group, ม.ป.ป.) แนวทางดังกล่าวเป็นการประยุกต์ใช้การเรียนรู้เชิงทัศนภาพควบคู่ไปกับการเรียนรู้เชิงเรื่องเล่า โดยมุ่งสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่แปลกใหม่และเชื่อมโยงผู้เรียนเข้ากับบริบทจริงของชุมชนและท้องถิ่น สื่อ Upcycle เหล่านี้จึงมีศักยภาพในการทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการเรียนรู้ภาษาและภูมิปัญญาอย่างสร้างสรรค์
- การตอบสนองต่อแนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การเรียนรู้ภูมิปัญญาทางภาษาที่มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยแนวคิด “การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม” และ “การใช้ชุมชนเป็นฐาน” (สง่า วงค์ไชย, 2565, น. 401) ซึ่งแนวทางดังกล่าวต้องการสื่อการเรียนรู้ที่สะท้อนรากเหง้าของท้องถิ่นและสามารถเข้าถึงได้ง่าย นิทรรศการที่นำเสนอทั้งในรูปแบบ On-site และ Online จึงได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับชุมชนโดยตรง ด้วยการใช้วัสดุในพื้นที่เป็นองค์ประกอบ สื่อนิทรรศการจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียง นำเสนอข้อมูล แต่เปลี่ยนบทบาทเป็นพื้นที่กลาง ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ซึมซับภูมิปัญญาผ่านประสบการณ์ตรง
- การสนับสนุนทักษะในศตวรรษที่ 21 ผ่านนิทรรศการออนไลน์ สื่อภูมิปัญญาทางภาษามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้แก่ผู้เรียน โดยเฉพาะทักษะการสืบค้นและการคิดวิเคราะห์ นิทรรศการนี้จึงตอบสนองต่อแนวคิดดังกล่าวผ่านการพัฒนาสื่อด้วยแนวคิด Upcycle และการจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการออนไลน์ (Online Exhibition) บนเว็บไซต์ www.lib.ru.ac.th/onlineexhibition รูปแบบดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาทักษะผู้เรียน โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการเข้าถึงข้อมูลผ่านเทคโนโลยี และเปิดโอกาสให้สามารถตีความ เนื้อหาได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนแนวคิดการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น (Flexible Learning) ที่ผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่
- การพัฒนาสื่อในฐานะ “ปัจจัยนำเข้า” และวงจรการประเมินผล ตามแนวคิดการประเมินหลักสูตร CIPPI Model “สื่อ” ถือเป็นปัจจัยนำเข้า (Input) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ (อัญชลี วิมลศิลป์ และ พิมพ์ชนก โพธิปัสสา, 2566) การพัฒนาสื่อนิทรรศการด้วยแนวคิด Upcycle (PCC Group, ม.ป.ป.) จึงเป็นการสร้างปัจจัยนำเข้าที่มีเป้าหมายชัดเจน ทั้งในมิติของเนื้อหา คุณค่าทางศิลปะและความยั่งยืน ในการนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดนิทรรศการ เช่น ข้อมูลความพึงพอใจ หรือข้อเสนอแนะของผู้เข้าชม สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ที่สำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับวงจรการพัฒนา (PDCA) เพื่อนำไปวิเคราะห์ ประเมินผล และปรับปรุงการวางแผนพัฒนาสื่อในรอบถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การสร้างแรงจูงใจผ่านสื่อสร้างสรรค์และการรับรู้คุณค่าใหม่ สื่อการเรียนรู้แบบดั้งเดิมมักประสบปัญหาในการสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้เรียนยุคปัจจุบัน (สง่า วงค์ไชย, 2565, น. 401) นิทรรศการออนไลน์และการนำเสนอสื่อผ่านแนวคิด Upcycle (PCC Group, ม.ป.ป.) จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ กระบวนการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นสื่อสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า ทำหน้าที่สร้าง “แรงบันดาลใจทางอ้อม” (Indirect Inspiration) ให้แก่ผู้เรียน โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เห็นคุณค่าที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาดั้งเดิม สิ่งนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้เรียนให้เห็นว่า ภูมิปัญญาไม่ใช่ของเก่าที่ล้าสมัย แต่เป็นสิ่งที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ใหม่ได้อย่างร่วมสมัยและสร้างสรรค์
แนวทางของหน่วยเทคโนโลยีส่งเสริมการศึกษาในการจัดนิทรรศการ (On-site/Online) และผลิตสื่อจากวัสดุเหลือใช้ตามแนวคิด Upcycle (PCC Group, ม.ป.ป.) มีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับด้านการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ภูมิปัญญาทางภาษาให้มีความหลากหลาย น่าสนใจ และสามารถเชื่อมโยงกับผู้เรียนในยุคปัจจุบันได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังสอดรับกับแนวคิดการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นรูปธรรม
จาก “วัตถุ” สู่ “เรื่องเล่า” แนวคิดหลักของนิทรรศการ
หน่วยเทคโนโลยีส่งเสริมการศึกษา ไม่ได้สร้างสื่อส่งเสริมการศึกษาแบบเดิมๆ แต่นำเสนอแนวคิดใหม่ที่เชื่อมโยง 2 สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเข้าด้วยกัน นั่นคือ “ภาษา” และ “วัตถุ” นิทรรศการนี้จึงใช้ “เครื่องใช้ในท้องถิ่น” ที่มีอยู่จริง เช่น หม้อดินเผา กระติบ กระจาด หรือปลาตะเพียนสาน เป็นต้น มาเป็น “สื่อสร้างสรรค์” เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องราวของ “ถ้อยคำถิ่น” ที่ผูกพันอยู่กับเครื่องใช้เหล่านั้น

ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2568

ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2568

ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2568
สัมผัสจริงและเรียนรู้ลึก: ประสบการณ์แบบ Hybrid
ความสำคัญของนิทรรศการนี้ คือ การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Exhibition) ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้เรียนยุคใหม่ ดังนี้
- On-Site (สัมผัสวิถี) ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับวัตถุเครื่องใช้ของจริง (Physical Objects) ทำให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ที่จับต้องได้ ซึ่งช่วยสร้างความประทับใจและความจดจำได้นานกว่า
- Online (สแกนปุ๊บ รู้ปั๊บ) วัตถุทุกชิ้นจะเชื่อมโยงกับโลกดิจิทัลผ่าน QR Code เมื่อสแกนแล้วจะนำผู้เข้าชมมายังเว็บไซต์ www.lib.ru.ac.th/onlineexhibition แห่งนี้ เพื่อเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก
เป้าหมายสูงสุดของนิทรรศการ “ถ้อยคำถิ่น สื่อสร้างสรรค์” คือ การสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่เข้าถึงง่าย ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถศึกษาข้อมูลได้เข้าใจอย่างรวดเร็ว จดจำได้นานและที่สำคัญที่สุด คือ เห็นคุณค่า ทั้งในภาษาถิ่นและภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ในเครื่องใช้พื้นบ้านของไทย
แนวคิดโดยรวม
นิทรรศการนี้จะนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่าง “ภาษา” และ “วัตถุ” โดยใช้เครื่องใช้ในท้องถิ่นเป็นสื่อกลาง ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาถิ่นที่ใช้เรียกเครื่องใช้ต่าง ๆ พร้อมทั้งเข้าใจที่มาและคุณค่าทางวัฒนธรรมผ่านการจัดแสดงจริงและการสแกน QR Code เพื่อเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกในรูปแบบดิจิทัล ด้วยหัวเรื่องหลัก “ถ้อยคำถิ่น สื่อสร้างสรรค์: เรื่องเล่าผ่านเครื่องใช้ในท้องถิ่น” โดยมีหัวเรื่องย่อย แยกออกมาจากหัวเรื่องหลัก เพื่อเป็นการแบ่งเนื้อหาให้เฉพาะประเด็น โดยมุ่งให้เกิดความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นต่อนักศึกษา ดังนี้
- สัมผัสวิถี: เครื่องใช้พื้นบ้านจากภูมิปัญญาท้องถิ่น นำเสนอเครื่องใช้ท้องถิ่นจริง เช่น หม้อดินเผา, กระจาด, กระบุ้ง, กระติบ, กระต่ายขูดมะพร้าว, ปลาตะเพียนสาน และเตา เป็นต้น พร้อมป้ายบอกชื่อ
- เปิดคลังคำ: ถอดรหัสภาษาจากวัตถุรอบตัว สร้างป้ายข้อมูลแบบ Interactive ที่แสดงคำศัพท์ภาษาถิ่นที่ใช้เรียกเครื่องใช้เหล่านั้น เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ
- ปั้นดิน สานเส้น: เมื่อคำถิ่นมีชีวิตบนงานฝีมือ เน้นไปที่กระบวนการผลิตงานหัตถกรรม โดยใช้ภาพถ่ายหรือวิดีโอสั้น ๆ เพื่อแสดงขั้นตอนการปั้นเครื่องปั้นดินเผา และการสานเครื่องจักสาน พร้อมคำศัพท์ที่ใช้เรียกอุปกรณ์และเทคนิคต่าง ๆ
- แสงและเงา: เรื่องเล่าจากในครัว สร้างฉากจำลองครัวพื้นบ้านที่มีเครื่องใช้ต่าง ๆ วางอยู่ เพื่อให้ผู้เข้าชมเห็นภาพการใช้งานจริง และเชื่อมโยงคำศัพท์เข้ากับบริบทในชีวิตประจำวัน
- สแกนปุ๊บ รู้ปั๊บ: เชื่อมโยงโลกจริงกับโลกดิจิทัล ติดตั้ง QR Code บนป้ายข้อมูลของแต่ละชิ้นงาน เมื่อสแกนแล้วจะเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้น ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม เช่น วิดีโอสาธิตการใช้งาน เป็นต้น
- มรดกที่จับต้องได้: คุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ สรุปคุณค่าของเครื่องใช้และภาษาถิ่นในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งเสนอแนวคิดในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาเหล่านี้ในยุคดิจิทัล
อ้างอิงข้อมูลจาก:
สง่า วงค์ไชย. (2565). นวัตกรรมรูปแบบการเรียนการสอนภูมิปัญญาทางภาษาสำหรับครูยุค 4.0. Journal of Modern Learning Development, 7(8), 400-413.
อัญชลี วิมลศิลป์, และ พิมพ์ชนก โพธิปัสสา. (2566). การวิเคราะห์และประเมินหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 11(1), 85-99.
PCC Group. (ม.ป.ป.). Upcycling – การรีไซเคิลในรูปแบบที่แตกต่าง. https://www.products.pcc.eu/th/blog/upcycling-การรีไซเคิลในรูปแบบท/
